Sunday, 20 May 2018

อาการภูมิแพ้ในเด็กแบบต่างๆที่คุณแม่ควรรู้

ภูมิแพ้เป็นอาการที่เกิดจากสภาวะภูมิต้านทานของร่างกายต่ำ โดยมีสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ในร่างกายที่เรียกว่า “สารก่อภูมิแพ้” ได้แก่ ขนสัตว์ ฝุ่นละออง ไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ รังแคและเชื้อรา การที่ลูกได้รับสารเหล่านี้เข้าไปในปริมาณมากจะยิ่งทำให้อาการแพ้รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ขั้นตอนแรกของการรับมือคือการศึกษาอาการแพ้แบบต่างๆอย่างละเอียด เพื่อเตรียมจัดการกับตัวต้นเหตุได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

          โรคหืดหอบ

โรคภูมิแพ้ชนิดนี้มีสาเหตุมาจากการได้รับสารกระตุ้นหรือสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลให้ทางเดินหายใจบวมและแคบลงกว่าปกติ เด็กจะแสดงอาการหายใจเสียงดังแบบฝืดๆออกมา และจะมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดในขณะที่ออกกำลังกาย ไม่สบาย และช่วงที่มีอากาศเย็น

เยื่อบุตาอักเสบ

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เยื่อบุตาอักเสบคือสารกระตุ้นภูมิแพ้ เพราะเยื่อบุตาอักเสบเป็นโรคทางภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง เด็กจะมีอาการแสบตา คันตา ตาบวมแดง และมีน้ำตาไหล

เยื่อบุจมูกอักเสบ

อาการของโรคเยื่อจมูกอักเสบ ได้แก่ จาม คันจมูก คัดสมูก มีน้ำมูกไสไหลออกมาตลอดเวลา ซึ่งอาจขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานานหลายวัน ส่วนใหญ่มักจะเกิดในช่วงฤดูฝน หรือเด็กบางคนที่มีภูมิต้านทานต่ำอาจจะเกิดได้ตลอดทั้งปี

          ผื่นลม ผื่นแดง

ลักษณะเป็นผื่นแดงหนา และมีอาการคันร่วมด้วย ถ้าหากเกาก็จะแพร่กระจายไปเรื่อยๆ มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส และอาการแพ้ยาหรืออาหารต่างๆ

โรคภูมิแพ้ที่ผิวหนัง

เป็นโรคที่พบได้มากในเด็กเล็ก อาจมีอาการคันที่ผิว บวมแดง และอาจมีผดผื่นเล็กๆเกิดขึ้นด้วย เป็นอาการประเภทเรื้อรังและจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆถ้าหากได้รับสารกระตุ้นบ่อยๆ เช่น ความร้อนชื้น อากาศที่เปลี่ยนแปลง และการทานอาหารที่แพ้

อาการแพ้อาหาร

สาเหตุหลักๆของอาการแพ้ชนิดคือ การแพ้โปรตีนในอาหาร เช่น นม ไข่ ถั่วเหลือง กลูเตน อาหารทะเล และแป้งสาลี อาการแพ้ชนิดนี้จะแสดงอาการออกมาหลายรูปแบบ ได้แก่ หน้าแดง ผื่นขึ้น วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน คัดจมูก น้ำตาไหล ปวดท้องและท้องเสีย

สาเหตุที่ทำให้อาการภูมิแพ้พบได้ในเด็กมากที่สุด เพราะว่าสภาพร่างกายของเด็กยังเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ และมีภูมิต้านทานต่ำ จึงทำให้สารก่อภูมิแพ้ทำงานภายในร่างกายได้ง่าย สิ่งที่จะช่วยป้องกันได้ดีที่สุดคือ คุณแม่จะต้องหมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ เพื่อกำจัดฝุ่นละอองออกไป และต้องให้ลูกน้อยอยู่ในบริเวณที่มีอากาศปลอดโปร่ง รวมไปถึงต้องคอยสังเกตว่าลูกแพ้อาหารชนิดใดบ้าง จะได้หลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นได้ถูก เพียงเท่านี้ลูกรักของคุณแม่ก็ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายเด็กด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *