Sunday, 20 May 2018

อยากให้ลูกสูง ต้องทำอย่างไร?

เชื่อว่าคุณแม่ทุกคนอยากจะให้เจ้าตัวน้อยสูงขึ้นตามมาตรฐานแน่นอน แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดี ประกอบกับทั้งคุณพ่อและคุณแม่มีส่วนสูงที่ไม่ค่อยมาตรฐานสักเท่าไหร่ ทำให้คุณแม่เองเกิดความกังวลว่าลูกจะสูงเหมือนกับเด็กคนอื่นๆหรือไม่

แน่นอนกรรมพันธุ์เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก คุณพ่อเตี้ยและคุณแม่ก็เตี้ย  ลูกที่เกิดมาอาจจะเตี้ยตามไปด้วยก็ได้ แต่ใช่ว่าจะเป็นแบบนี้เสมอไป เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย ทั้งยีน การทานอาหาร รวมถึงการออกกำลังกายด้วย ดังนั้นเด็กทุกคนจึงมีสิทธิที่จะสูงได้ตามปกติ

อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่ากรรมพันธุ์ไม่ใช่ตัวตัดสินความสูงของเด็กเสมอไป และคุณแม่ก็มีส่วนช่วยให้เจ้าตัวเล็กสูงขึ้นได้เช่นกัน โดยการใช้วิธีต่อไปนี้

ให้เด็กนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับเด็กแล้ว ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนหลับพักผ่อนคือประมาณ 10-13 ชั่วโมงต่อคืน โดยจะต้องให้ลูกเข้านอนเป็นเวลาและควรตื่นให้เป็นเวลาในทุกๆวันด้วย เพราะในขณะที่ลูกกำลังนอนหลับนั้นจะเป็นช่วงเวลาทำงานของฮอร์โมนที่ช่วยให้เด็กเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ส่งเสริมให้เด็กได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

คุณแม่ควรจะให้ลูกน้อยได้ออกกำลังกายทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง และการออกกำลังกายไม่ใช่เพียงแค่ช่วยให้เด็กเจริญเติบโตเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น โรคอ้วน และโรคภูมิแพ้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กควรจะมีการออกกำลังกายที่เหมาะสมด้วย อาจจะเป็นการเดินเร็ว แอโรบิค หรือวิ่งช้าๆ แต่ถ้าหักโหมมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้

ทานอาหารให้ถูกหลัก และเน้นแคลเซียมเป็นสำคัญ

สารอาหารทั้งหมดที่ลูกควรจะได้รับ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ  สิ่งที่ควรจะให้ลูกทานน้อยที่สุดคือแป้ง น้ำตาล และอาหารที่มีไขมัน แต่ควรจะเน้นอาหารที่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบมากกว่า เพราะแคลเซียมจะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง มีส่วนทำให้ลูกน้อยสูงได้นั่นเอง ซึ่งรายละเอียดปริมาณแคลเซียมที่เหมาะสมต่อวัน มีดังนี้

เด็กอายุ 1-3 ปี ควรได้รับแคลเซียม 700 มิลลิกรัมต่อวัน

เด็กอายุ 4-8 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

เด็กอายุ 9-18 ปีควรได้รับแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน

สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ความสูงเท่านั้น แต่คุณแม่ควรจะเน้นเรื่องความแข็งแรงของร่างกายลูกด้วยจะดีที่สุด แต่ถ้าหากเด็กมีส่วนสูงที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมากๆ ทั้งคุณแม่และคุณพ่อควรจะเข้าพบแพทย์  เพื่อวินิจฉัยว่าเกิดจาสาเหตุอะไรและจะได้หาวิธีแก้ไขต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *